[รีวิว] เน็ตบ้าน AIS

kittinan bio photo

By kittinan

Github

Reading time ~7 minutes

kittinan bio photo

By kittinan

Github

เกริ่นนำ

สวัสดีครับ นี่เป็นบล็อกแรกที่เขียนกับทาง tupleblog ก็เลยขอเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ก่อน คือรีวิวการติดตั้งและใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านของ AIS เนื้อหาพูดในมุมมองผู้ใช้ทั่วไปเสริมด้วยเชิงเทคนิคเล็กน้อย ถ้าใครกำลังสนใจหรือลังเลกับเน็ตเจ้านี้อยู่ก็หวังว่าจะช่วยเป็นหนึ่งในตัวช่วยตัดสินใจได้ครับ

เรื่องราว

เดิมทีใช้เน็ตบ้าน Fiber optic ของ 3BB มาก่อน เริ่มต้นใช้งาน Fiber optic มาตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่ Fiber optic เข้าถึงเน็ตบ้านก็ประมาณตั้งแต่ปี 2556 ใช้งานมา 3 ปีแรกก็ไม่พบปัญหาอะไรเน็ตค่อนข้างเร็วแรง Ping time ในประเทศต่ำมากเป็นที่น่าพอใจสุดๆ

พอเริ่มเข้าปีที่ 4 ก็เริ่มมีปัญหาสาย Fiber optic ขาด ซึ่งช่าง 3BB ก็มาซ่อมค่อนข้างไวมาก แจ้งวันนี้พรุ่งนี้มาซ่อม ใช้มาอีกสักพักสายก็ขาดอีกเฉลี่ยประมาณ 6 เดือนต่อครั้ง ส่วนสาเหตุหลักนั้นก็คือ กระรอกแทะหรือไม่่ก็ช่างที่มาเดินสายพาดบันไดจนสายเราขาด

จนเมื่อเดือนธันวาคม 2561 สายก็ขาดอีกก็ซ่อมกันไปตามปกติ แต่หลังจากนั้นแค่เดือนเดียวสายก็ขาดอีกจากการที่มีคนมาตัดต้นไม้ รอบนี้ช่างมาซ่อมช้ามากใช้เวลาเกิน 1 วัน ระหว่างนั้นเราก็หงุดหงิดมากที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้จึงได้ลองเริ่มๆ ดูเน็ตเจ้าอื่น

เริ่มต้นใหม่

หลังจากนั่งส่องแพคเกจของเจ้าอื่นๆ มาเป็นเวลา 1 วัน ก็ตัดสินใจเบื้องต้นกับพี่ชายว่าจะลองใช้ AIS จึงได้โทรไปสอบถามรายละเอียดจาก Call Center โดยพนักงานก็แนะนำแพคเกจต่างๆ ซึ่งก็เหมือนที่ดูๆ มาไว้ก่อนแล้ว แต่พนักงานบอกเพิ่มเติมว่าถ้าย้ายจากค่ายอื่นมาจะลดค่าบริการรายเดือนให้ 50% เป็นเวลา 1 ปี เมื่อได้ยินดังนั้นจึงสอบถามพนักงานว่าจะสมัครใช้บริการได้ยังไง พนักงานก็แนะนำมาว่าเราสามารถส่งเอกสารผ่านทาง Email หรือ Line ได้เลยทันที ซึ่งเอกสารที่ใช้ก็มีเพียงแค่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาขน
  • บิลค่าใช้จ่ายของอินเทอร์เน็ตเจ้าอื่น (ในกรณีที่ต้องการส่วนลด 50%)

หลังจากวางสายผมก็ส่งอีเมลไปยังอีเมลที่ทาง AIS ส่งมาให้ทาง SMS พอวันรุ่งขึ้น AIS ก็ส่ง SMS มาแจ้งว่า

พรุ่งนี้ช่างจะเข้ามาทำการติดตั้ง

ผมก็ตกใจสุดๆ ทำไมมันช่างรวดเร็วเยี่ยงนี้ ทีแรกคิดว่าคงต้องรอคิวเป็นสัปดาห์ สมัครวันเสาร์ วันจันทร์มาติดเสียแล้ว

โดยแพคเกจที่สมัครใช้งานคือ Power4 MAXX Package ราคา 799 บาท ได้สิทธิ์ลด 50% 1 ปี เหลือเดือนละประมาณ 400 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ข้อมูลคร่าวๆ ของแพคเกจนี้ก็ดังนี้

  • อินเทอร์เน็ตความเร็ว 100/50 Mbps
  • กล่องดูหนังของ AIS ดูฟรี 1 ปี
  • ซิมการ์ดเอาไว้เล่นเน็ตเดือนละ 10 GB

ติดตั้ง

พอถึงวันติดตั้ง ช่างมาคนเดียวแถมมาตรงเวลาเป๊ะ อัธยาศัยค่อนข้างดี ใช้เวลาติดตั้งประมาณ 3 ชั่วโมง งานติดตั้งของ AIS ทำให้รู้สึกมั่นใจมากว่าสายคงไม่ขาดอีกแล้วเพราะเดินสาย Fiber จาก Spliter ตรงข้ามบ้านเข้ามา ไม่เหมือนกับของ 3BB ที่เดินสายเปลือยๆ มาตั้งแต่ต้นซอย

ระหว่างขั้นตอนการติดตั้งเดินสายนั้น ช่างจะถ่ายรูปทุกขั้นตอนเพื่อเอาไว้ส่งงาน ผมลองถามช่างว่าติดตั้งหลังนึงต้องถ่ายประมาณกี่รูป ช่างตอบมาว่าประมาณ 50 กว่ารูป o_O!

ตัวกล่อง Spliter ของ AIS ตรงข้ามบ้าน

ทดสอบการใช้งาน

หลังจากได้ใช้งานมาเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ก็เจอข้อเสียดังต่อไปนี้

  • รู้สึกว่าเน็ตมันหน่วงๆ กว่าของ 3BB เล็กน้อย
  • ดู Netflix เจอขึ้น Loading อยู่บ่อยครั้ง
  • ไม่ได้ IP Address จริง ถ้าจะ Remote กลับบ้านต้องใช้ DDNS ที่ AIS มีมาให้ที่ thddns

ส่วนกล่องดูหนังของ AIS นั้น ได้ลองเล่นไปไม่กี่ครั้ง โดยตัวกล่องเป็น Android ที่ไม่สามารถลงโปรแกรมเพิ่มได้ น่าจะต้องใช้ท่าพิเศษเล็กน้อยถึงจะลงได้ ส่วนหนังในกล่องนั้นจัดหมวดหมู่มาไม่ดีทำให้ค้นหาได้ยาก

ภาพ Speedtest

ทดสอบในไทย เร็วแรงตามสเปค แต่ของ 3BB ที่เคยใช้ Ping time จะอยู่ที่ 4ms
ทดสอบกับ Server สิงคโปร์
ทดสอบกับ Server อเมริกาที่ซานฟรานซิสโก

ปิดตำนาน

สุดท้ายก็ถึงฉากที่ต้องไปยกเลิกเน็ต 3BB เราก็โทรสอบถาม Call Center ก่อนว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้างซึ่งสิ่งที่ต้องใช้ก็มีดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร (ในกรณีที่มีค่ามัดจำ)
  • ตัวอุปกรณ์ Router

โดยการจะยื่นเอกสารดังกล่าวจะต้องไปที่ศูนย์บริการที่สามารถทำเรื่องยกเลิกบริการได้เท่านั้น และศูนย์ที่สามารถทำได้ในฝั่งธนมีเพียงแค่ 3 แห่งเท่านั้นคือ

  • โลตัส บางแค
  • เซนทรัล ปิ่นเกล้า
  • เซนทรัล พระราม 2

ในครั้งนี้ผมเลือกที่จะไปโลตัสบางแค เพราะว่าใกล้ที่สุด ตอนไปขอยกเลิกก็เกิดปัญหาขึ้นเมื่อพนักงานไม่รับเอกสารหน้าบัญชีธนาคารของผมที่มีการเซ็นสำเนาถูกต้อง + ขีดคร่อม โดยพนักงานอ้างว่า พอสแกนแล้วจะดูตัวเลขไม่ออก ซึ่งผมก็ดูเอกสารของผมส่วนที่ขีดคร่อมนั้นไม่ได้ทับตัวเลขบัญชีเลย

ทะเลาะกับพนักงานไปสักพักก็ต้องยอมอ่อนลงเพราะกลัวมีมวย พนักงานก็บอกว่า สามารถทำคืนเงินค่ามัดจำกับทางสาขาอื่นได้ พอทำเรื่องเสร็จผมก็โทรหาทาง Call Center อีกครั้วเล่าถึงรายละเอียดให้เขาฟังแล้วก็หาทางออกร่วมกัน หลักๆ ก็คือผมขี้เกียจไปทำเรื่องตามสาขาแล้ว สุดท้ายเขาก็ยอมให้ส่งเอกสารทางอีเมลได้ จบกันไป

ทิ้งท้าย

บล็อกนี้ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับทั้งทาง AIS และ 3BB เป็นเพียงการเขียนบอกเล่าประสบการณ์ของผู้บริโภคคนนึงเท่านั้น ผู้เขียนหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ผ่านมาอ่านไม่มากก็น้อยนะครับ